|
“มาทำสายดิจิตอลเส้นเดิมของคุณให้มีความสามารถทะลุขีดจำกัดด้วย |
|
|
|
|
เขียนโดย panlop pantuprecharat
|
|
วันศุกร์ที่ 29 เมษายน 2011 เวลา 17:11 น. |
|

Digital Coupling Transmission ต้นแบบ
ตั้งแต่เริ่มพัฒนาวงจรดีทูเอ (DAC) โดยการพัฒนาบอร์ดถอดรหัสและบอร์ด ดีทูเอที่ใช้ชิปเบอร์ต่างๆ ทั้งที่ให้เอาต์พุตทั้งแบบสมดุลและแบบไม่สมดุล จนพอสมควรแล้ว เลยอยากทำอะไรที่ใหม่บ้าง คิดไปคิดมา เลยมีการตั้งคำถามว่าภาคอินพุตของตัวบอร์ดถอดรหัสยังเป็นแบบธรรมดาอยู่คือ ใช้ตัวเก็บปะจุและตัวความต้านทานในการแม็ทชิ่งกับค่าอิมพิแดนซ์
กับสาย COAX 75 โอห์มในการส่งสัญญาณเท่านั้น

วงจรภาคอินพุตของวงจร DAC ส่วนใหญ่ที่ใช้ตัวเก็บปะจุและตัวความต้านทาน 75 โอห์มเท่านั้น
ถ้าเปลี่ยนไปใช้แบบมี Pulse Transformer จะให้คุณภาพของเสียงดีขึ้นแค่ไหน ซึ่งพบว่าในเครื่องเสียงราคาสูงในระดับ hi-end ทั้งหลายต่างใช้ Pulse Transformer ในภาคอินพุตของภาคถอดรหัสด้วยกันทั้งนั้น จึงได้เริ่มศึกษาการต่อวงจรต่างๆตาม datasheet และบทความต่างๆ จากนั้นเริ่มสั้ง Pulse Transformer มาทำการทดลองหา สัมประสิทธิ์ต่างๆ เพื่อเปรียบเทียบกันหลายตัว พบว่ามีเบอร์หนึ่งที่มี สัมประสิทธิ์ ดีกว่าหลายเบอร์ ทั้งยังเมื่อทำการทดลองโดยการฟังก็ให้ผลในทางเดียวกัน

และจากการทำการทดลองหลายครั้ง ทำให้เเห็นว่าสามารถทำวงจร Pulse Transformer ให้สามารถนำไปต่อกับภาคอินพุตของวงจร ดีทูเอ (dac) ใดๆ ก็ได้เรียกวงจรแบบนี้ว่า Digital Coupling Transmission
|
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันเสาร์ที่ 30 เมษายน 2011 เวลา 15:27 น. |
|
อ่านเพิ่มเติม...
|
|
การนำไอซี DAC PCM1792 ไปใช้บนบอร์ด PCM1794 |
|
|
|
|
เขียนโดย panlop puntuprecharat
|
|
วันจันทร์ที่ 26 เมษายน 2010 เวลา 16:51 น. |
|
การเซ็ตบอร์ดPCM1794 ให้สามารถใช้กับไอซีPCM1792 รือใกล้เคียงได้ ทำให้เกิดประโยชน์อย่างมากทำให้สามารถเทียบความสามารถของไอซี DAC เบอร์ต่างๆโดยใช้งานบนบอร์ดเดียว

DAC Burr-Brown ในระดับ High Performance ตัวสูงสุดที่มีความสามารถเหมือนกัน PCM1792 และ PCM1794 โดย PCM1792 ทำงานใน ซอฟต์แวร์โหมด (Software Control)เท่านั้นคือ การควบคุมต้องควบคุมผ่านไมโคคอนโทนเลอร์ ต่อมาทาง Burr-Brown ได้ผลิต PCM1794 ที่มีคุณสมบัติเหมือน PCM1792 แต่ตัดฟังค์ชัน DSD ออกและ ทำงานใน ฮาร์ดแวร์โหมด (Hardware Control) คือเป็นการควบคุมด้วย ลอจิก สูง หรือต่ำ เท่านั้น DAC ทั้งสองตัวมีความสามารถในการทำไดนามิกเรนจ์ได้ถึง129dB.ในโหมดสเตอริโอ และ132 dBใน โหมดโมโน ความเพี้ยนต่ำ THD+N 0.0004% จะเห็นว่าคุณภาพของ DAC เทียบเท่ากันคุณลักษณะเสียงเหมื่อนกัน หรือแตกต่างกันอย่างไรถ้าไม่ได้ต่อฟังเทียบกันจริงๆก็คงไม่รู้ได้ ดังนั้นจึงที่มาของบทความนี้กล่าวคือจะต่อใช้งาน DAC PCM1792 ให้ทำงานในแบบ ฮาร์ดแวร์โหมด (Hardware Control) บนบอร์ดเดียวกันกับ DAC PCM1794
|
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤษภาคม 2010 เวลา 17:18 น. |
|
อ่านเพิ่มเติม...
|
|
ที่สุดของ DAC Burr-Brown PCM1794 |
|
|
|
|
เขียนโดย Panlop Pantuprecharat
|
|
วันจันทร์ที่ 19 เมษายน 2010 เวลา 17:02 น. |
|
DAC Burr-Brown ในอนุกรม PCM179X เป็น DAC ในระดับ High Performance และ DAC ตัวสูงสุดที่มีความสามารถเหมือนกัน แตกต่างที่ ฟังค์ชันการทำงาน ก็คือ PCM1792 และ PCM1794 โดย PCM1792 นั้นออกมาก่อน ทำงานใน ซอฟต์แวร์โหมด (Software Control)เท่านั้นคือ การควบคุมต้องควบคุมผ่านไมโคคอนโทนเลอร์ สามารถถอดสัญญาณ PCM(CD-AUDIO) และ DSD(SACD) ได้ ถูกนำไปใช้ในเครื่อง UNIVERSAL DVD PLAYER HIEND หลายตัวด้วยกัน ต่อมาทาง Burr-Brown ได้ผลิต PCM1794 ที่มีคุณสมบัติเหมือน PCM1792 แต่ตัดฟังค์ชัน DSD ออกและ ทำงานใน ฮาร์ดแวร์โหมด (Hardware Control) ได้ คือเป็นการควบคุมด้วย ลอจิก สูง หรือต่ำ เท่านั้น PCM1794 เป็น DAC ที่พัฒนาจาก เบอร์สูงสุดเดิมคือ PCM1792 ทำให้ความสามารถในการทำไดนามิกเรนจ์ได้ถึง129dB.ในโหมดสเตอริโอ และ132 dBใน โหมดโมโน ความเพี้ยนต่ำ THD+N 0.0004% แต่ควบคุมการทำงานด้วยฮาร์ดแวร์โหมด ทำให้ 1794 เป็น DAC ที่มีไดนามิกเรนจ์สูงที่สุดในขณะนี้
PCM1794 เป็นชิบ DAC ที่มีความละเอียดขนาด 24 บิท ลองรับความถี่สุ่มถึง 200 kHz. มี 8x Oversampling Digital Filter ภายใน สามารถปรับลักษณะการลดทอนทางความถี่ตัดของตัวกรองดิจิตอลได้ทั้งแบบ Sharp หรือ Slow (มีผลจนรับฟังได้) ให้เอาต์พุตเป็นกระแสแบบดิฟเฟอเรนขนาด 7.8 mAp-p(ส่วนPCM1730ให้เอาต์พุตเป็นกระแสแบบดิฟเฟอเรนขนาด 2.48 mAp-p ต่างกัน 3.1 เท่า) สามารถทำ ไดนามิกเรนจ์ได้ 129 dB ในโหมด สเตอริโอ และ ไดนามิกเรนจ์ได้ถึง 132 dB ในโหมดโมโน(มากที่สุดของชิบDAC ที่ทำได้ในปัจจุบัน) ค่าความผิดเพียนฮาร์มอนิก (THD+N) 0.0004% (ไดนามิกเรนจ์ 129dB สามารถแสดงระดับความแตกต่างของสียงได้ 2,818,382 ระดับ และ ไดนามิกเรนจ์ 132dB สามารถแสดงระดับความแตกต่างของสียงได้ 3,981,071ระดับ)
|
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 19 เมษายน 2010 เวลา 20:34 น. |
|
อ่านเพิ่มเติม...
|
|
เข้าสู่ Digital Audio กับ SPDIF ตอนที่ 2 |
|
|
|
|
เขียนโดย Panlop Pantuprecharat
|
|
วันจันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2009 เวลา 13:40 น. |
|
ไอซี CS8416 (Digital Audio Interface Receiver) เป็นไอซีที่ใช้ถอดรหัสสัญญาณเสียงดิจิตอลที่มีคุณสมบัติภายในตัวสูง สามารถรับสัญญาณเสียงขนาด16-24 บิทที่มีความถี่ในการสุ่มในช่วง 32kHz - 192kHz โดยสัญญาณที่ส่งเข้ามาถอดรหัสในไอซีจะเป็นรูปแบบ S/PDIF ที่ส่งออกมาจากเครื่องเล่น CD หรือ DVD สามารถถอดรหัสแยกสัญญาณข้อมูล (Data) และสัญญาณนาฬิกา (Clock) ที่ส่งออกมาแบบมัลติเพลกซ์ในสายส่งเส้นเดียว ซึ่งสัญญาณนาฬิกาที่ได้จากการถอดรหัสออกมานั้นจะมีสัญญาณรบกวนในระดับต่ำ ไอซี CS8416 สามารถเลือกโหมดการทำงานได้ 2 โหมด คือ ซอฟต์แวร์โหมด และ ฮาร์ดแวร์โหมด ซึ่งการควบคุมก็จะแตกต่างกันออกไป โดยต่อไปนี้จะอธิบายถึงการทำงานของไอซี CS8416 ในฮาร์ดแวร์โหมด

รูป 1 ตำแหน่งขาของไอซี CS8416 ในฮาร์ดแวร์โหมด
|
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 18 พฤศจิกายน 2009 เวลา 13:41 น. |
|
อ่านเพิ่มเติม...
|
|
เขียนโดย Panlop Puntuprecharat
|
|
วันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน 2009 เวลา 21:36 น. |
จากบทความ "เข้าสู่ Digital Audio กับ SPDIF ตอนที่1 ถึงตอนที่ 3 ก็เป็นการวางพื้นฐานความรู้เกี่ยวกับ Digital Audio ไปมากพอสมควรแล้ว ต่อไปจะกล่าวถึงวิธิการสร้าง บอร์ด ดีโค้ดเดอร์ CS8416 เพื่อใช้ในการดีโค้ด สัญญาณ SPDIF สำหรับการทำ Digital to Analog Converter ต่อไป
หลักการและเหตุผล
อันเนื่องมาจากผู้เขียนได้มีประสบการในการฟังแหล่งกำหนดเสียงดิจิตอลมามากมายทั้งจากเครื่องเล่นซีดี ดีวีดี การ์ดซาวด์ หรือแม้แต่ เครื่องเล่นแอ็มพีทรี ซึ่งคุณภาพของเสียงนั้นต่างกันไปแต่เมื่อศึกษาลงลึกลงไปจะพบว่าคุณภาพของเสียงที่เราได้ยินขึ้นอยู่กับภาคดีทูเอและภาคอะนาลอกเป็นส่วนใหญ่กว่าการทำงานในส่วนของดิจิตอลของวงจรเครื่องเล่นเหล่านั้น ซึ่งเข้าถึงและปรับปรุงได้ยาก ดั้งนั้นถ้าเราสามารถนำสัญญาณดิจิตอลนั้นมาทำการดีโค้ดเดอร์ ดีทูเอและภาคอะนาลอกเองโดยเลื่อกไอซี ดีทูเอและวงจรอุปกรณ์ภาคอะนาลอกที่มีคุณภาพสูง ก็ยอมจะทำให้ได้เครื่องเล่นเสียงดิจิตอลที่คุณภาพสูงด้วยความสามารถของเราเอง
นอกจากนี้ จากที่เรารู้ว่าคุณภาพของเสียงที่เราได้ยินขึ้นอยู่กับภาคดีทูเอและภาคอะนาลอก ดังนั้น เราจะออกแบบบอร์ด ดีโค้ดเดอร์ และบอร์ดดีทูเอและภาคอะนาลอก ออกจากกัน โดยที่เมื่อเราได้ไอซีดีทูเอใหม่เราก็ออกแบบเฉพาะบอร์ดดีทูเอและภาคอะนาลอกอย่างเดียวไม่ต้องทำ บอร์ด ดีโค้ดเดอร์ใหม่ ทำให้เหมือนมีดีทูเอหลายเครื่องหลายเบอร์หลายรุ่น หลายบริษัทฟังเปรียบเทียบกันอยู่เสมอ
เนื่องมาจากโครงงานนี้เป็นโครงงานแรกของโครงงาน ดีทูเอ จึงทำการเลือกใช้วงจร CS8416 กับ CS4340 ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นการศึกษาวงจรดีทูเอที่ไม่ยากเกินไปนักอันเนื่องมาจากเป็นไอซีจากบริษัทเดียวกันไอซีดีทูเอก็มีโครงสร้างไม่ซับซ้อนนัก วงจรฟิลเตอร์และวงจรอะนาลอกก็เป็นวงจรแถบความถี่ผ่านและบัฟเฟอร์แรงดันธรรมดา โดยถ้าเลือกอุปกรณ์พาสสีฟและออปแอมป์ที่มีคุณภาพก็จะทำให้ได้ คุณภาพเสียงที่ดีได้ไม่ยากเลย
|
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน 2009 เวลา 10:57 น. |
|
อ่านเพิ่มเติม...
|
|
เข้าสู่ Digital Audio กับ SPDIF ตอนที่1 |
|
|
|
|
เขียนโดย Panlop Pantuprecharat
|
|
วันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2009 เวลา 23:42 น. |
|


เป็นเวลากว่า 30 ปีมาแล้วที่เทคโนโลยีของอุปกรณ์ด้านออดิโอได้ก้าวยางจากระบบแอนะลอก เข้าสู่ระบบดิจิตอล จากเครื่องเล่นเทปคาสเซตต์อะนาลอก(Cassette) สู่เครื่องเล่นคาสเซตต์ดิจิตอล(Digital Audio Tape) จากเครื่องเล่นแผ่นเสียงไปสู่ คอมแพคท์ดิสก์(Compact disc) จนกระทั้งในปัจจุบันเข้าสู่ ยุคที่คอมพิวเตอร์เข้ามามีบทบาทกับระบบเสียงอย่างมากโดยคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องจะต้องมีซาวการ์ดที่มีหน้าที่ในการประมวลสัญญาณออดิโอทั้งสิ้น
|
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน 2009 เวลา 00:24 น. |
|
อ่านเพิ่มเติม...
|